เรื่องเล่า..เรื่อยๆ

posted on 21 Feb 2008 11:45 by phatcharada

วันอาทิตย์ที่แล้ว..ฉันมาถึงร้านพร้อมกับเห็นความเปลียนแปลง โมบายกุ๊กไก่ที่เคยส่งเสียงคุยเล่นกับสายลม ที่ฉันจะต้องทักทายก่อนเป็นอันดับแรกเมื่อมาถึงร้านเธอหายไป เหลือบมองทางขวามือ อ่างน้ำผุดที่มีปลาหางนกยูง 4-5 ตัวดำผุดดำว่ายอยู่ทุกวี่วันบัดนี้เอียงกระเท่เร่ทำท่าเหมือนจะล้มคว่ำคะมำหงาย   เจ้ากระถางช้างน้อยถูกจับนำมาวางไว้บนทางเดิน

ฉันใจหายวาบ..เมื่อเดินเข้ามาถึงหน้าร้านและเห็นตู้เก็บสัมภาระเปิดอยู่ แต่ไม่มีอะไรหายไปมากนักนอกจาก สายไฟพ่วง แม่โมบายกุ๊กไก่แสนรักที่เคยได้นั่งฟังเสียงอย่างรื่นรมย์ใจ บอลกระจกลูกใหญ่บึ้มที่น้าสาวซื้อให้ประมาณว่าไว้แก้เคล็ด มอเตอร์ในอ่างน้ำผุดที่เป็นตัวทำให้น้ำมันปุดๆออกมาจากโอ่งเล็กๆตรงกลางได้

เข้าใจว่าคงเป็นบรรดานักเก็บของเก่าทั้งหลาย ที่ถึงคราวจนตรอกจริงๆ เพราะเวลาในช่วงนั้นมีงานวัด อาจเป็นได้ว่าจำต้องหาเงินซักเล็กน้อยเพื่อ..ไว้ใช้จ่ายในการเที่ยว (งานวัด) จึงถึงคราวซวยของแม่กุ๊กไก่น้อยที่จำต้องเปลี่ยนมือเจ้าของ ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะไปส่งเสียงเจี้อยแจ้วอยู่ ณ ที่แห่งไหน

ฉันไม่นึกเสียดายข้าวของเล็กน้อยเหล่านั้น แต่อดคิดถึงแม่กุ๊กไก่น้อยไม่ได้ด้วยว่าเธอช่างจำนรรนักหนายามต้องสายลม ... ฉันนึกถึงคนพวกนั้นด้วยความรู้สึกสงสาร และคิดอโหสิกรรมให้กับพวกเขา ถึงสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เขาได้ทำลงไป

และนั่นเป็นเหตุให้ฉันนำเรื่องนี้ไปเล่าทิ้งไว้ในบอร์ด..โดยแสดงความคิดเห็นถึงเหตุการณ์นี้ไว้พอสมควรว่า คนเหล่านี้เกิดมาก็อยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะเจริญใจมากแล้ว ยังเฝ้าทำร้ายตัวเองด้วยการหันหน้าหาอบายมุขเกือบทุกชนิดเท่าที่ทำได้ เช่นว่า ดื่มเหล้า เล่นการพนัน และเสพยาเสพติด น่าแปลกที่เงินที่หามาได้จากการเอาของผู้อื่น การเก็บของเก่าเล็กๆน้อยๆ กลับหมดไปกับขวดน้ำเล็กๆที่ดื่มแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยกับร่างกาย และมันมีโทษมากมายขนาดที่ถูกบัญญัติไว้ใน ศีล 5 (ไม่ใช่ว่าจะทุกคนนะคะ..พูดถึงเฉพาะบางคนที่ทำแบบนี้)

ฉันให้ความเห็นไว้อีกว่า แม้ว่าจะเกิดมาอยู่ในสภาพที่ตกต่ำเพียงใด มนุษย์ทุกคนก็มีโอกาสทำให้จิตใจตัวเองสูงส่งขึ้นมาได้ทั้งนั้น และหากถ้าพวกเขาเหล่านั้นใช้ชีวิตตามแนวพระราชดำรัสของในหลวง คงไม่ต้องมาลักเล็กขโมยน้อยให้เป็นบาปติดตัวไปแบบนี้

แม้ว่าจะยากจน แม้ว่าจะมีการศึกษาน้อย ก็สามารถประกอบสัมมาอาชีพได้ เพียงรู้จักกิน รู้จักใช้ ไม่หาหนี้สินใส่ตัว ด้วยการเอาเงินไปหมดกับการเล่นหวย กินเหล้า หรือเสพยา และถึงแม้จะมีไม่เพียงพอมากนักกับรายจ่าย แต่การไม่เพิ่มภาระให้ตัวเอง ก็น่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่า

ฉันถูกค้านหัวชนฝา..จากเขาอีกแล้ว ... ข้อความโต้ตอบที่เขาทิ้งไว้คือ นึกขำและเห็นใจ คนที่ตีความคำว่า "พอเพียง" ของในหลวงผิดพลาดไป 

เขาสาธยายความเข้าใจคำว่าพอเพียงไว้ประมาณว่า มนุษย์เราก็เหมือนรถ ที่จำต้องมียางอะไหล่ และอื่นๆอีกมากสรุปลงท้ายด้วยคำว่า "เงิน" ไม่สำคัญก็จริงแต่ในยามป่วยไข้..เงินก็สำคัญ..จะให้คนที่รักอยู่โรงพยาบาลดีๆ หรืออยากให้อยู่แบบที่ต้องใช้โครงการ 30 บาท

ฉันโต้เถียงไปอีกหลายข้อความ พร้อมกับเขาที่ก็โต้เถียงกลับมา...จนสุดท้ายฉันคร้านที่จะเถียง

จึงโพสข้อความไว้ 2 ข้อความ .. แบบนี้ค่ะ

เมื่อใดที่คนเราตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส เมื่อนั้นสติปัญญาและความรู้ความสามารถทั้งหลายก็ไร้ค่า เพราะความคิดอ่านทั้งหมดจะถูกนำมาใช้สนับสนุนความหลงผิดหน้ามืด ตามัว ฉะนั้นถ้าตั้งใจให้สัตย์ปฏิญาณกับตนเองอย่างแข็งแรงไว้ล่วงหน้า คือเป็นตายอย่างไรจะรักษาศีลให้บริสุทธิ์สะอาด ก็เป็นความอุ่นใจว่าเราไม่มีวันสร้างเหตุแห่งความเดือดร้อนแก่ตนเองในภายหลัง

และ..

ตามคัมภีร์พุทธ เจ้าชายสิทธัตถะก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ก็รอบรู้และแตกฉานสารพัดศาสตร์ตั้งแต่ในวัยเยาว์เช่นกัน แม้ฌานอันเป็นสมาธิที่เข้ายากแสนยาก พระองค์ก็สำเร็จได้เองตั้งแต่เพิ่ง ๗ พระชันษา ที่สำคัญพระองค์ตั้งโจทย์ให้กับชีวิต เป็นการเอาคำตอบที่ได้ประโยชน์สูงสุดด้วยพระองค์เองเป็นคนแรก นั่นคือทำอย่างไรจะไม่ต้องเป็นทุกข์อีก

โจทย์หินๆที่พบคำตอบได้แสนยากประเภทนี้ ไม่ค่อยมีใครกล้าตั้ง และขนาดมีคนประกาศไว้ว่าแก้โจทย์ได้แล้ว ค้นพบวิธีพ้นทุกข์ สงบสุขชั่วนิรันดร์แล้ว ก็ไม่ค่อยมีใครอยากเชื่อ ไม่ค่อยมีใครอยากทดลองตาม ซึ่งก็น่าคิดเหมือนกันว่าเพราะอะไร…

 

ความฉลาดสูงสุด

ไม่ใช่เลขไอคิวสูงสุด

แต่เป็นการรู้จักโจทย์สำคัญสูงสุด

และได้คำตอบเป็นประโยชน์สูงสุด

ปรากฎว่า..เขาตอบมาว่า ขอ ให้ โชค ดี..

คงโกรธไปเลยค่ะคราวนี้...ว่าแต่..ทุกท่านล่ะคะตีความคำว่า "พอเพียง" ของในหลวงไว้ว่ายังไงกันบ้าง ลองเอามาเล่าสู่กันฟังบ้างก็ดีนะคะ เผื่อฉันจะได้ใช้เป็นข้อมูลไปเถียงกับเขาอีกค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

surprised smile

#13 By indy : ·.¸¸·´¯`·.¸¸.ஐ on 2008-02-22 21:42

อันนี้ ก็ยังค้นหาให้กับชีวิตไม่ได้ค่ะ พราะมันไม่ได้หมายถึง สิ่งของรอบกาย แต่หมายถึงความพอเพียงในจิตใจซะมากกว่า

รักษาสุขภาพนะคะbig smile

#12 By # li DarK_SpritE il # on 2008-02-22 19:01

พอเพียงตามแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ พึงพาตัวเองได้ จัดสรรทรัพยากรที่มี ให้อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นจนเกินพอดี ส่วนการที่ต้องแสวงหาไห้มีตามความต้องการ นั่นไม่ใช่พอเพียงแต่เป็น *เพียงพอ* มากพอ ที่จะสุขสบาย ตามความต้องการภายใจ แล้วเมื่อไหร่ละถึงจะ พอ .

#11 By พอเพียง/เพียงพอ (58.9.129.31) on 2008-02-22 16:41

"พอเพียง"
ไม่เดือดร้อนใจ ไม่เดือดร้อนกาย
ใจเป็นสุขค่ะ big smile
(เกี่ยวกับพอเพียงไหมนี่ๆ แต่รู้สึกอย่างนี้นะ)
sad smile
โหย ฟาดเคราะห์ไปแล้วกันนะคะ
ใจเยนๆค่ะ

พอเพียงของเราเหรอ ก้อคงกินอยู่อย่างพอเหมาะนะ
ใช้ที่ควรใช้ พอในสิ่งที่ควรพอ
ไม่มากไป ไม่น้อยไป พอดีๆอ่ะแหละ

อธิบายยากเหมือนกันแฮะ


นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง ความสุขยิ่งกว่าความสงบไม่มี จิตที่มีความยึดติด คือจิตที่เป็นทุกข์ จิตที่ไม่มีความยึดติด คือ จิตที่มีความสุขอย่างแท้จริง


สาธุๆ confused smile

#9 By ปุจฉา on 2008-02-22 09:44

อ่ะ...
โดนงัดเหรอ
แง แย่จัง
แต่ปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะ
ของนอกกายหาใหม่ได้นี่เนาะ

#8 By killuar on 2008-02-22 08:58

ขอบคุณค่ะคุณ sjtree มีความเห็นเช่นเดียวกันค่ะ
"บุญพระรักษา" เช่นกันค่ะbig smile

#7 By ฉันเอง on 2008-02-21 23:30

จี้คะ..จะตัดหมดจนไม่เหลือเลยได้จริงเหรอbig smile
คุณกี้..หายเหนื่อยแล้ว..เรามาหาเรื่องสนุกๆมาเล่ากันบ้างเนอะ ปูยังอยากอ่านงานเขียนของคุณกี้อยู่นะคะbig smile

#6 By ฉันเอง on 2008-02-21 23:23

เห็นด้วยคุณปูbig smile
สำหรับจี้ คงจะคิดได้แค่

ทำอย่างไรจึงจะมี "ความสุขอย่างพอเพียง"

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์

จี้ก็จะตัดทิ้ง ตัด ๆ ๆ จนไม่เหลืออะไรเลย 555+ confused smile

#4 By on 2008-02-21 22:02

เขาเป็นสุดยอดของมนุษย์ผู้นับถือตัวเองค่ะน้องอู๋..big smile

#3 By ฉันเอง on 2008-02-21 13:20

พระพุทธเจ้ามีคำสอนดี ๆ ให้เราชาวพุทธเสมอเลยน่ะ
"บุญพระรักษาค่ะ"

#2 By sjtree on 2008-02-21 12:54

กายอาจต่ำต้อย แต่ใจสูงส่งได้
แอบรู้สึกว่าเขารั้น จังเลย

#1 By lullscreen on 2008-02-21 12:34

Code Here.

Code Here.