เริ่มที่ใจ..จบที่ใจ

posted on 11 Apr 2008 07:03 by phatcharada

หลายคนที่ผ่านเข้ามาที่บ้านฉันเมื่อซัก 4-5 เดือนที่ผ่านมา อาจยังจำเรื่องราวของฉันได้ ... ฉันกับเรื่องราวร้อยพันที่บรรจงถ่ายทอดมันจากหัวใจผ่านแป้นคีบอร์ด

ฉันเขียนถึง "แม่สาวน้อย" ซึ่งเธอหาใช่สิ่งมีชีวิตแต่อย่างใด เธอเป็นเพียงพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือมากมาย มีพื้นเป็นศิลาแลง และมีเครื่องประดับเป็นไม้ดอกสีขาว ที่ชื่อพุดพิชญา กับโกศลที่เป็นไม้มงคลประจำวันเกิดของฉันเอง

เธอชื่อ "The Way" เธอคือฝันดีอันยาวนานของฉันอยู่หลายปี ก่อนที่ความฝันของฉันจะก่อตัวเป็นรูปร่างให้สัมผัสได้  เธอเกิดขึ้นจากหัวใจของฉัน  ทุกพื้นที่ทุกตารางนิ้วในตัวเธอ คือความรักสุดหัวใจที่ฉันมีให้ คือความตั้งใจอย่างยิ่งยวดเพื่อให้เธอสวยงาม ตามอย่างที่ฉันวาดภาพไว้ในหัวใจตัวเอง

ฉันชอบสีเขียว ดังนั้นเกือบทุกสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นเธอหากฉันสามารถเลือกสีได้ทุกสิ่งจึงเป็นสีเขียวไปหมด เคยมีคนถามฉันว่า นี่ร้านกาแฟกับหนังสือเช่า หรือร้านขายต้นไม้กันแน่ เพราะพื้นที่ศิลาแลงหน้าร้าน นอกจากจะใช้วางโต๊ะเก้าอี้สีเขียว-ขาวจำนวน 3  ชุดแล้ว ยังเต็มไปด้วยต้นไม้มากมาย

แต่ละวันผ่านไป..พร้อมกับความกังวลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเขียนบล๊อก ก่อนหน้านี้ฉันเคยทำบล๊อกอยู่ที่แห่งหนึ่งแต่เหตุที่ไม่ใช้ที่เดิมเพราะ เพื่อนรักของฉันติดตามอ่าน ฉันเพียงไม่ต้องการให้ใครก็ตามที่รู้จักฉันจริงๆ ได้รู้ว่าฉันกำลังใกล้บ้าเต็มที

ฉันไม่อาจระบายความกังวลใดๆ ให้ใครที่ได้รู้จักฉันได้รู้ รู้ว่าผู้หญิงท่าทางอย่างฉัน มันอ่อนแอ ฉันไม่อยากให้ใครที่รู้จักฉัน  เห็นตัวหนังสือที่มันจะบอกให้คนอ่านได้รู้ว่าคนเขียนกำลังร้องไห้ แต่เกือบทุกเอนทรีของฉันในช่วงหลายเดือนก่อน ก็ได้รับการคอมเมนท์ว่า "เศร้า"

ฉันคงไม่เล่าถึงแม่สาวน้อยของฉันอีก เพราะในช่วงที่ผ่านมาถ้าคุณได้อ่านบล๊อกของฉันตั้งแต่ช่วงแรกๆ คุณจะรู้จักเธอพอๆกับรู้จักฉัน แต่สิ่งที่ฉันจะบอกต่อไปนี้คือ อีกไม่กี่วันเธอจะเป็นเพียง "ตำนาน"

เธอกำลังจะถูกจำแนกแจกจ่าย ขายคืนให้กับร้านรับซื้อหนังสือ อุปกรณ์ เครื่องใช้ไม้สอยอื่นๆของเธอ กำลังถูกฉันวางแผนจะขายและแจกจ่ายบางส่วนที่ไม่อาจขายได้ให้กับญาติมิตร เพื่อนฝูง หรือใครก็ตามที่ต้องการ และรับปากว่าจะดูแลให้มันเติบโตสวยงามดังเดิม อย่างเช่น ต้นไม้ทั้งหลายของฉัน

เคยมีคนบอกฉันว่าให้รอดู ภายใน 3 เดือนถ้ามันไม่ดีขึ้น นั่นคือเครื่องบอกเหตุว่ามันจะไปไม่รอด และหากว่าไม่ไหวให้ฉันพูดกับใจตัวเองเสียเถอะว่า "ยอมแพ้"  ในวันนี้ฉันยังคงไม่เอ่ยคำนั้นออกมา คำว่า "ยอมแพ้" ไม่เคยมีอยู่ในความคิดฉัน ฉันเพียงแต่ "ยอมรับ" ความผิดพลาดของตัวเองต่างหาก

ฉันบอกตัวเองว่า อย่างน้อยความฝันของฉันมันก็เป็นรูปเป็นร่างให้ฉันได้สัมผัสมันได้ตั้งนานสองนาน 6 เดือนหรือเรียกได้อีกอย่างว่าครึ่งปี ฉันอยู่กับเธอด้วยความรักและเอาใจใส่ ฉันทำทุกอย่างเพื่อเธออย่างดีที่สุดแล้วเท่าที่ฉันจะทำได้ เธอได้ตอบแทนความดีที่ฉันมีต่อเธอ ด้วยการที่ให้ฉันได้รู้จักสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของความเป็นมนุษย์ เมื่อฉันต้องพบกับความทุกข์จนไม่อาจหาที่ยึดเหนี่ยวได้ เมื่อฉันต้องรู้สึกเคว้งคว้าง หนาวเหน็บ ราวกับกำลังแหวกว่ายอยู่ในมหานทีสีทันดรอันกว้างใหญ่ ฉันจึงพบว่า "ฉันเกิดมาเป็นมนุษย์ได้ด้วยเหตุใด"

เธอนำฉันก้าวเข้ามาสู่เส้นทางของปัญญา  ปัญญาอันเกิดจากการได้ดูและรู้  ร้านหนังสือของฉันจึงเต็มไปด้วยหนังสือและซีดีธรรมะมากมาย ฉันจัดหนังสือและซีดีเหล่านั้นแยกออกจากหนังสืออื่นๆ วางอยู่ในชั้นกลางร้านเพื่อให้คนที่สนใจได้หยิบยืมไปอ่าน ไปฟังอย่างไม่คิดเงินแม้แต่บาทเดียว หนังสือทุกเล่มใครก็สามารถนำกลับไปอ่านได้ จะอ่านนานแค่ไหนก็ไม่ขัดข้องเพราะควรต้องอ่านเพื่อให้เกิดความเข้าใจจึงอาจจำต้องใช้เวลา และขอเพียงนำกลับมาคืนเมื่ออ่านจบ เพื่อให้หนังสือนั้นๆได้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆต่อไปอีก

ฉันรู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่ไม่อาจสานฝันส่วนที่เป็นการเปิดเผย ธรรมของพระพุทธเจ้าอันมีคุณประเสริฐยิ่งต่อทุกชีวิตได้อีกต่อไป เมื่อสาวน้อยของฉันจำต้องปิดตัวลง หนังสือเหล่านี้จะถูกฉันนำกลับมาเก็บไว้ที่บ้าน

ฉันไม่ได้เศร้า ไม่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้ ฉันไม่ได้ฟูมฟายร้องไห้ แม้ว่าฉันจะต้องยอมขายเธอ "แม่สาวน้อย" ผู้ไม่อาจเติบโตได้อีกต่อไป

 

your code here

your code here

your code here